การจัดเก็บเบียร์อย่างถูกต้องทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
ถ้าพูดถึงการเก็บรักษาเบียร์ จะมีการเก็บอยู่ 2 ประเภทหลัก ได้แก่ ระยะสั้นและระยะยาว ระยะสั้นหมายถึงการเก็บรักษาเบียร์ไว้ไม่นานเกินกว่าวันที่ระบุว่าควรซื้อ ในขณะที่ระยะยาวจะนานกว่า เบียร์ที่ขายในประเทศไทยส่วนใหญ่มักจะเป็นเบียร์ที่บริโภคในระยะสั้น แต่ก็มีเบียร์บางประเภทที่เก็บรักษาได้นานกว่า บทความสัปดาห์นี้เราจะพูดถึงการเก็บรักษาเบียร์ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว กฎทั่วไปในการเก็บรักษาเบียร์ โดยส่วนใหญ่แล้วการเก็บรักษาเบียร์สำหรับทั้งระยะยาวและระยะสั้นจะค่อนข้างคล้ายกัน สาเหตุที่เราต้องเก็บรักษาเบียร์ก็เพื่อให้เบียร์คงความสดได้นานกว่า ต่อไปนี้เป็นเคล็ดลับ 3 ข้อ 1. วางเบียร์ตั้งขึ้น ผู้เชี่ยวชาญเกือบทุกคนแนะนำว่าให้วางเบียร์ตั้งขึ้น ข้อนี้เป็นความจริงโดยเฉพาะเบียร์ขวดประเภทใดก็ตามที่ยีสต์ยังทำงานอยู่ เช่น ชิเมย์ เป็นต้น ถ้าวางขวดเบียร์นอนลงจะทำให้เกิดวงแหวนของยีสต์ตรงด้านข้างของขวดซึ่งจะไม่ยอมหายไป ถ้าวางขวดตั้งขึ้น ยีสต์จะตกตะกอนที่ก้นขวด ทำให้เทง่ายกว่าและหมดจดกว่า (ปราศจากยีสต์) ถ้าคุณต้องการ ถ้าคุณมีเบียร์ที่มีจุกคอร์ก เช่น แคสเตล คูวี ดู ชาโตว์ ผู้ผลิตเบียร์ส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่าเบียร์พวกนี้ควรจะเก็บในลักษณะตั้งขวดขึ้น ซึ่งไม่เหมือนกับไวน์ สาเหตุก็เป็นเนื่องจากว่าถ้าเก็บเบียร์ให้สัมผัสกับจุกคอร์ก (ก็คือในกรณีที่วางขวดเบียร์นอนลง) รสชาติบางอย่างของจุกคอร์กจะสามารถซึมซาบเข้าสู่เบียร์ได้ นอกเหนือจากนั้น การเก็บเบียร์ในลักษณะตั้งขึ้นหมายถึงมีพื้นที่สัมผัสกับอากาศน้อยลง หรือกล่าวได้อีกอย่างหนึ่งว่า เบียร์จะไม่เกิดปฏิกิริยาอ็อกซิเดชั่นเร็วนัก และจะสดอยู่ได้นานกว่า 2. เก็บเบียร์ให้พ้นจากแสง คุณทราบหรือไม่ว่าทำไมต้องเก็บเบียร์ในขวดสีชา (เป็นส่วนใหญ่)? นี่เป็นเพราะว่าเบียร์มีความไวต่อแสง โดยเฉพาะแสง UV อย่างที่เราได้พูดไปแล้วในสัปดาห์ก่อนว่าเมื่อเบียร์ถูกแสง UV จะทำให้ฮ็อพเกิดปฏิกิริยาเคมี และเกิดสารที่คล้ายกับกลิ่นที่มาจากตัวสกั๊งค์ ที่ต้องใช้ขวดสีชาก็เพื่อให้ช่วยกรองแสง UV ส่วนใหญ่แต่ไม่ใช่ทั้งหมด นี่เป็นข้อดีอย่างหนึ่งของกระป๋อง เพราะกระป๋องจะไม่ยอมให้แสง UV ผ่านเข้าไปได้ ขณะเดียวกัน ขวดใสจะยอมให้แสง UV ผ่านได้ ในขณะที่ขวดสีเขียวยอมให้ผ่านได้น้อยกว่า แต่ก็ยังมากกว่าขวดสีชา ถ้าไม่นับเรื่องภาชนะบรรจุ (กระป๋องหรือขวด) และสี เราควรจะเก็บเบียร์ไว้ในที่มืด ยิ่งมืดยิ่งดี ถ้าเป็นในประเทศไทยก็มักจะหมายถึงในตู้หรือด้านหลังของตู้เย็น ถ้าเบียร์อยู่ในลังกระดาษ ก็น่าจะไม่เป็นไร ตราบใดที่ไม่ได้โดนแสงโดยตรง 3. เก็บเบียร์ในอุณหภูมิที่ถูกต้อง อุณหภูมิในการเก็บรักษาเบียร์เป็นสิ่งสำคัญ และนี่อาจเป็นเรื่องที่ปฏิบัติตามยากที่สุดก็ได้ โดยเฉพาะในประเทศไทย อุณหภูมิที่ดีที่สุดในการเก็บรักษาเบียร์ไม่ว่าจะเป็นระยะเวลาเท่าใดก็ตามคือระหว่าง 7 ถึง 13 องศาเซลเซียส ช่วงอุณหภูมินี้ดีที่สุดในการยืดอายุของเบียร์และจะทำให้เบียร์สดอยู่ได้นานที่สุด ถ้าคุณเก็บเบียร์ไว้ในอุณหภูมิที่ค่อนข้างสูง อายุโดยรวมของเบียร์จะสั้นลง ถ้าเก็บเบียร์ไว้ในที่เย็นเกินไป เบียร์ก็อาจจะขุ่นได้ ในประเทศไทยนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะรักษาช่วงอุณหภูมินี้ถ้าเก็บเบียร์ไว้ในที่อย่างตู้เก็บของ ดังนั้น อาจจะเป็นการดีที่สุดที่จะเก็บเบียร์ไว้ในตู้เย็นเพื่อให้เบียร์สดอยู่ได้นานเท่าที่จะเป็นไปได้ ด้วยสาเหตุนี้ทำให้ผู้ผลิตเบียร์หลายราย โดยเฉพาะอเมริกัน ขนส่งเบียร์จากโรงผลิตข้ามประเทศในสภาพแช่เย็น ตามหลักแล้วเป็นความคิดที่ดีที่จะเก็บเบียร์ในอุณหภูมิคงที่ อย่างที่กล่าวข้างต้นว่าถ้าเบียร์อุ่นขึ้นก็จะทำให้อายุของเบียร์สั้นลง อย่างไรก็ตาม ไม่ควรเก็บเบียร์ที่มีจุกคอร์กไว้นานๆ ในตู้เย็น เพราะว่าตู้เย็นมีไว้สำหรับทำให้อาหารคงความแห้งไว้ได้ ดังนั้นจุกคอร์กจะแห้งเมื่อเวลาผ่านไป ซึ่งอาจส่งผลให้เบียร์เสีย วิธีหนึ่งที่จะป้องกันคือปิดปากขวดและจุกคอร์กไว้ด้วยขี้ผึ้งเหลว ซึ่งจะทำให้เกิดการซีลไม่ให้อากาศเข้าและป้องกันไม่ให้จุกคอร์กแห้ง การเก็บรักษาแบบระยะยาว ถ้าคุณอยากรู้เรื่องการเก็บรักษาเบียร์เป็นระยะเวลานานๆ เช่นสัก 2 ปี คุณควรจะทราบถึงชนิดของเบียร์ที่สามารถอยู่ได้นาน โดยทั่วไปเบียร์ชนิดใดก็ตามที่มีค่า ABV มากกว่าแถวๆ 7.5% จะสามารถเก็บไว้ได้นาน ซึ่งก็ได้แก่เบียร์อย่าง แมเรดซูส 8 (ดับเบิ้ล เอล ของ เบลเยี่ยม), ดิลิเรียม ทรีเมนส์, อิมพีเรียล สเตาท์ ฯลฯ ถ้าเบียร์มีปริมาณแอลกอฮอล์ค่อนข้างต่ำ ก็จะไม่ค่อยดีนักเมื่ออายุเกิน 6 เดือนถึง 1 ปี ถ้าคุณทำตามคำแนะนำทั่วไปเรื่องการเก็บรักษาเบียร์ ก็น่าจะสามารถเก็บเบียร์ไว้ได้หลายปี ความจริงคือมันยากที่จะบอกได้อย่างเที่ยงตรงว่าคุณสามารถเก็บเบียร์ได้นานแค่ไหน มีบาร์เบียร์ในแอนท์เวิร์ปและอีกหลายๆ เมืองที่มีเบียร์อายุมากกว่า 20 ปีและยังสามารถดื่มได้ ถ้าจะเก็บเบียร์ในห้องสำหรับเก็บ ก่อนอื่นต้องแน่ใจว่าคุณสามารถทำตามเงื่อนไขของการเก็บรักษาได้ หลังจากนั้นให้สั่งเบียร์ตามจำนวนที่คุณต้องการจัดเก็บและบวกเพิ่มอีก 1 ถึง 3 ขวด ลองดื่มสักขวดเพื่อให้รู้รสชาติของเบียร์แล้วจึงจัดเก็บส่วนที่เหลือ ให้แน่ใจว่าคุณจดบันทึกรสชาติเอาไว้เพื่อกันลืม ในหนึ่งปี ให้ลองอีกขวดหนึ่งและดูว่ารสชาติเป็นอย่างไร ถ้ารสชาติดีก็ให้ลองอีกขวดหนึ่งใน 6 เดือนถึง 1 ปีต่อมา ให้ทำซ้ำอย่างนี้เรื่อยๆ จนกว่าคุณจะทราบว่าเบียร์นี้เก็บในห้องได้นานเท่าไร
แชร์ไป Facebook